หลงสร้างตัวตน

19 พ.ค. 56 / 1336 อ่าน

หิวข้าว อยากกินข้าวผัดกระเพรา เดินไปกินร้านโปรด คนแน่นเหลือเกิน เลยกินอีกร้านที่คนน้อยหน่อย ... รสชาติไม่ได้เรื่อง หงุดหงิด ทีหลังไม่เอาแล้ววุ้ย..   นี่ก็เหตุการณ์ธรรมดาของปุถุชน ผู้สั่งสมสัญชาตญาณแห่งมิจฉาทิฏฐิ ทำอะไรก็ผิดไปหมด...ผิดยังไงหว่า ก็เห็นเป็นกันอย่างนี้ทุกคนนี่   หิวข้าว เป็นเวทนาทางกาย ที่กายนี้แสดงออกเพื่อให้หาอาหารเติมเข้าไป พูดง่ายๆว่าเขาต้องการอาหาร เอ้าเปลี่ยนเป็นกายต้องการอาหารแล้วกัน เดี๋ยวเจอพวกติดแต่คำของโลกอีกว่ามีเขามีเรา   จริงๆคำว่าหิวข้าวเป็นคำโลกแทนคำว่า กายต้องการอาหาร เมื่อเติมอาหารให้ กายก็อยู่ต่อไปได้ ส่วนอยากกินผัดกระเพรา....เป็นความรู้สึกที่ถูกสร้างขึ้นมา จุดนี้เป็นรอยต่อที่สำคัญ ความรู้สึกอยากกินผัดกระเพรา เป็นเพราะสัญญาจำได้เพราะเมื่อเกิดผัสสะ เวทนาและสัญญาจะเกิดตามทันที นี่จึงเกิดมาเป็นความรู้สึกในครั้งต่อมา ที่ว่าเป็นจุดเปลี่ยนคือรอยต่อนี้จะสามารถแปรไปเป็นตัณหาและเกิดเป็นอุปาทานได้ทันทีอย่างรวดเร็วในปุถุชนผู้มิได้สดับ ส่วนในผู้ที่สดับรอยต่อที่ความพอใจในรสของผัดกระเพรานั้นเป็นสัญญาที่เกิดได้จากลิ้นลิ้มรส แต่หากรสชาติไม่ถูกยึดถือก็ไม่เกิดเป็นตัณหา จุดนี้จึงล่อแหลมมากเวลานำมาพูด เพราะผู้ไม่รู้จะเห็นความชอบกับความอยากผสานเป็นหนึ่งเดียว แยกกันไม่ออก ในความจริง หากไม่ได้ใส่ใจในรส มันก็ดับไปเมื่อจบที่ผัสสะ คือเป็นเพียงสภาพสักว่ารส แต่หากชอบในรส มันก็มาถึงเวทนาแต่ไม่ถูกปรุงขึ้นมาให้ยึดถืออะไร สังขารนั้นมีประสบการณ์กับอาหารกันมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกนี้เป็นธรรมดาในสังขาร(กายกับใจ) เป็นความรู้สึกว่างจากตัวตน เป็นสิ่งที่เกิดคู่กายแต่ไม่มีผู้เข้าไปยึดถือเมื่อถึงที่สุด   วันนี้ยากที่จะทำความเข้าใจ แต่เมื่อไหร่ที่ความอยากดับไปสลายไปเพราะหมดเหตุจากการเจริญมรรค มันจะเกิดความเข้าใจที่ไม่ได้ติดอยู่ที่ความรู้สึกว่าเราเข้าใจ แต่มันจะเข้าไปเข้าใจที่ใจเลย บางคนจึงเริ่มรู้สึกเหมือนการฟังธรรมแม้นเป็นเรื่องเดียวกันกับที่เคยฟังมาแต่มันกลับไม่เหมือนเดิม   ที่ผ่านมามันสร้างเป็นตัวตนในการฟัง แต่วันใดเมื่อการฟังมันสัมผัสเข้าไปที่ใจไม่ใช่เราคิด เมื่อนั้นธรรมะจะเข้าไปถึงใจ บางคนถึงกับร้องไห้ออกมาแบบพูดไม่ถูก พูดไม่ออก ไม่ต้องการคำอธิบายอีกต่อไป   2013-05-19